แชมเปี้ยน ลีก รอบรองชนะเลิศ

แชมเปี้ยน ลีก รอบรองชนะเลิศ จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ และทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นเจ้าภาพ แข่งกับทีม บาเยิร์น มิวนิค และทีมบาร์เซโลนา จะแข่งกับทีม แอตเลติโก มาดริด ในวันอังคาร ในวันพุธ เชลซี จะเดินทางไปยังปารีสและแข่งกับ ปารีส แซงต์ แชแม็ง และทีม รีล มาดริด จะแข่งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
คู่แข่งขันที่น่าประหลาดใจ
ในรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนลีก ในปี 1999 ที่ไม่มีวันลืม แชมป์บุนเดสลีกา ล่าสุด บาเยิร์น มิวนิค โดดเด่นในการเหนือว่าทีมแมนยู –และแรงที่เกิดขึ้นจากมิวนิคต่อรอบรองชนะเลิศที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ดในวันอังคารนรี้ ได้ยืนยันแล้ว
ทีมบาเยิร์นไม่มีความเกรงกลัวใดใดทั้งสิ้ง อาร์เยน ร็อบเบนกล่าวไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งปรากฏในสื่อหนังสือพิมพ์อังกฤษหลายฉบับ “การ์ดิโอลา ได้เปลี่ยนเราให้เป็นทีมที่ครอบครองในยุโรป เราได้ก้าวข้ามอีกขั้นในฤดูกาลนี้ ไม่มีทีมไหนที่เข้าสู่รอบไฟนอลได้ เราจะได้พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชื่อยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอล แต่เรามีความเฉียบคม ฟุตบอลของเราเป็นปรากฏการณ์และเราต้องการแสดงให้เห็นในทุกที่ในแชมเปี้ยนลีก”
คำพูดของ ร็อบเบน ดูจะถูกต้อง เนื่องจากแมนยูพบกับบาเยิร์นนั้น ยังเป็นสิ่งที่จดจำได้ เมื่อหนึ่งในผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่ดี
นอกจากประวัติความเป็นมาอันยาวนานของทั้งสองสโมสรนี้แล้ว นี่ยังจะเป็นการพบกันครั้งที่ 10 ระหว่างทีมแมนเชนเตอร์ ยูไนเต็ด และบาเยิร์น จากการพบกันครั้งแรกแบบสูสีในปี 1998 เมื่อ จิโอวาน เอลเบอร์ ได้เอาชนะทีมแมนยูในนาทีสุดท้ายด้วยคะแนน 2-1 จาก ไวท์ ยอร์ก และ พอล โชลส์

การกลับมาในเดือนธันวาคมคือผลที่เสมอกัน ด้วยฮาสัน ซาลีฮามิด ได้ปฏิเสธการเปิดของ รอย คีน และทีมของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันได้วิ่งเข้ามา
แน่นอนว่า การพบกันที่น่าจดจำที่สุดของพวกเขาได้เกิดขึ้น 15 ปีก่อนในบาร์เซโลนา เมื่อสองประตูสุดท้ายของ แมนยู ได้ถูกยิงเข้าโดยทีมบาเยิร์นและได้ช่วงชิงถ้วยรางวัลไป สโมสรอันยิ่งใหญ่จากเยอรมันนี้ได้ขึ้นสู่จุดสู.สุดเป็นทีมของยุโรปเมื่อสี่ปีก่อน ทั้งสองทีมที่ยิ่งใหญ่นี้จะได้พบกันอีกครั้งในวันอังคารนี้